เจดีย์บนดอยเตี้ยริมทางสายแม่โจ้–พร้าว ที่มีตำนานผูกไว้สามชั้น ทั้งที่มาของชื่อดอย ที่มาของชื่ออำเภอ และเหตุผลว่าทำไมวัดถึงมาตั้งตรงนี้
วัดพระธาตุดอยกาหลง อยู่ที่หมู่ 4 บ้านสบปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว บนดอยเตี้ยลูกหนึ่งที่มองเห็นได้จากถนนสายแม่โจ้–พร้าว องค์เจดีย์สีขาวยอดทองตั้งอยู่บนลานที่ล้อมด้วยกำแพงแก้ว มีทิวดอยของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาเป็นฉากหลัง
หลายคนขับผ่านโดยไม่รู้ว่าเจดีย์องค์นี้มีตำนานผูกไว้ถึงสามชั้น ทั้งที่มาของชื่อดอย ที่มาของชื่ออำเภอทั้งอำเภอ และเหตุผลว่าทำไมวัดถึงมาตั้งอยู่ตรงจุดนี้

ตำนานพระเจ้าเลียบโลก เป็นตำนานชุดใหญ่ของล้านนาที่เล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาตามที่ต่างๆ ในดินแดนแถบนี้ และประทานพระเกศาธาตุไว้ให้ผู้คนได้สักการะ วัดและพระธาตุหลายแห่งทางภาคเหนือมีที่มาผูกอยู่กับตำนานชุดนี้
สำนวนที่เล่ากันในพร้าวว่าไว้ว่า เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงบ้านสบปั๋ง เจ้าน้อยจันต๊ะได้อาราธนานิมนต์ให้ประทับบนหลังช้าง และชาวบ้านนำมะพร้าวมาถวาย
เมื่อเสวยเสร็จ พระองค์ทรงโยนกะลามะพร้าว ซึ่งคำเมืองเรียกว่า กะหล้ง ขึ้นไปบนดอยลูกหนึ่งทางทิศตะวันออก พร้อมประทานเส้นพระเกศาธาตุไว้ให้บรรจุ ต่อมาจึงมีการสร้างพระเจดีย์ครอบไว้บนดอยนั้น และเรียกกันว่า พระธาตุดอยกะหล้ง
ชื่อที่ใช้กันทุกวันนี้คือ ดอยกาหลง ไม่ใช่ดอยกะหล้ง ซึ่งมีเรื่องเล่าอธิบายการเปลี่ยนชื่อไว้อีกชั้นหนึ่ง
เล่ากันว่าเมื่อถึงเวลาสรงน้ำพระธาตุ ชาวบ้านมักทำบุญด้วยการนำข้าวก้อนใหญ่มาให้นกกา แต่ฝูงกาที่บินวนอยู่บริเวณนั้นกลับบินลงมาจิกกินข้าวไม่ได้ เหมือนบินหลงทิศอยู่อย่างนั้น ชาวบ้านจึงเรียกเพี้ยนจาก ดอยกะหล้ง มาเป็น ดอยกาหลง จนถึงปัจจุบัน
บางแหล่งบันทึกชื่อเดิมไว้ว่า ดอยกะหลัง ซึ่งต่างจาก ดอยกะหล้ง เล็กน้อย เป็นเรื่องปกติของตำนานที่เล่าต่อกันด้วยปากมาหลายร้อยปี
ชั้นที่น่าสนใจที่สุดของตำนานนี้คือการอธิบายชื่ออำเภอ
เพราะมะพร้าวที่ชาวบ้านนำมาถวาย และการที่พระพุทธองค์เสวยมะพร้าว ณ ที่แห่งนี้ ตำนานจึงถือว่าเป็นที่มาของการเรียกเมืองนี้ว่า เวียงพร้าว
คำอธิบายข้างต้นเป็นคำอธิบายแบบตำนาน ซึ่งอธิบายชื่อด้วยเหตุการณ์ในเรื่องเล่า
ส่วนชื่อที่ปรากฏในเอกสารโบราณคือ เวียงพร้าววังหิน และ เวียงแจ้สัก ส่วนคำว่า วังหิน ยังไม่มีเอกสารฉบับใดอธิบายไว้ตรงๆ อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่บทความเมืองเก่าวังหิน อ่านเรื่องนี้ได้ในบทความประวัติอำเภอพร้าว
ทั้งสองแบบไม่ได้ขัดกัน แต่เป็นคนละวิธีอธิบาย แบบหนึ่งเล่าผ่านความศรัทธา อีกแบบเล่าผ่านหลักฐานและภูมิประเทศ
นอกจากตำนานพระเจ้าเลียบโลกแล้ว ยังมีเรื่องเล่าอีกชุดที่อธิบายว่าวัดมาตั้งตรงนี้ได้อย่างไร
เล่าว่าในรัชสมัยพญากือนาธรรมิกราช แห่งราชวงศ์มังราย พระองค์เสด็จขึ้นมายังเมืองพร้าววังหิน โดยมีขบวนช้าง ม้า และผู้คนติดตาม ในขบวนมีช้างเผือกที่บรรทุกคัมภีร์และพระพุทธรูปมาด้วย
เมื่อมาถึงบริเวณบ้านสบปั๋ง ช้างเผือกหยุดนิ่งไม่ยอมเดินต่อ พญากือนาจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ จุดนั้น ตำนานระบุว่าทั้งวัดพระธาตุดอยกาหลงและวัดพระเจ้าตนหลวง หรือที่เรียกกันว่าพระเจ้านั่งช้าง สร้างขึ้นราว พ.ศ. 1928
พญากือนาครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1898 ถึง 1928 ตรงกับ ค.ศ. 1355 ถึง 1385 ปี 1928 ที่ตำนานระบุจึงเป็นปีสุดท้ายของรัชกาลพอดี
พญากือนาเป็นกษัตริย์ที่ผูกพันกับการประดิษฐานพระธาตุบนดอยอยู่แล้ว พระองค์คือผู้อาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยขึ้นมาเชียงใหม่พร้อมพระบรมธาตุเมื่อราว พ.ศ. 1912 และเป็นที่มาของพระธาตุดอยสุเทพ เรื่องเล่าที่ผูกพระธาตุดอยกาหลงไว้กับรัชกาลนี้จึงเข้ากับยุคสมัย
นับจาก พ.ศ. 1928 ถึงปัจจุบันคือราว 640 ปี ซึ่งตรงกับที่บอกต่อกันมาว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี
วัดอยู่ที่หมู่ 4 บ้านสบปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง เส้นทางเดียวกับที่ไปวัดดอยแม่ปั๋ง ของหลวงปู่แหวน จึงแวะไหว้ต่อกันในทริปเดียวได้
สิ่งที่ควรดูเมื่อไปถึง
สอบถามก่อนไปได้ที่ 086 536 1410 พระครูวินัยธรปฐมพงษ์ เจ้าอาวาส
ข้อมูลการเดินทางและพิกัดดูได้ที่หน้าวัดพระธาตุดอยกาหลง
เรียบเรียงจากตำนานท้องถิ่นที่เล่าสืบต่อกันมา เทียบข้อมูลวัดกับระบบสารสนเทศการท่องเที่ยวอำเภอพร้าว ส่วนปีรัชกาลพญากือนาอ้างอิงจากข้อมูลประวัติศาสตร์ล้านนา ตำนานพื้นบ้านมีหลายสำนวน ชื่อและรายละเอียดอาจต่างกันไปตามผู้เล่า หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือมีสำนวนอื่น รบกวนแจ้งเราเพื่อแก้ไข
อยู่ที่วัดพระธาตุดอยกาหลง หมู่ 4 บ้านสบปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ บนดอยเตี้ยริมเส้นทางสายแม่โจ้ถึงพร้าว เส้นทางเดียวกับวัดดอยแม่ปั๋งของหลวงปู่แหวน
ชื่อเดิมคือดอยกะหล้ง มาจากกะลามะพร้าวที่คำเมืองเรียกว่ากะหล้ง ซึ่งตามตำนานพระพุทธเจ้าทรงโยนขึ้นไปบนดอยพร้อมประทานพระเกศาธาตุ ต่อมาเพี้ยนเป็นดอยกาหลง จากเรื่องเล่าที่ว่าฝูงกาบินวนแต่ลงมาจิกกินข้าวที่ชาวบ้านทำบุญไว้ไม่ได้ เหมือนบินหลงทิศ
เป็นคำอธิบายตามตำนาน ซึ่งเล่าว่าชื่อเวียงพร้าวมาจากการที่พระพุทธเจ้าเสวยมะพร้าวที่บ้านสบปั๋ง ส่วนชื่อที่ปรากฏในเอกสารโบราณคือเวียงพร้าววังหินและเวียงแจ้สัก ส่วนคำว่าวังหินยังไม่มีเอกสารฉบับใดอธิบายไว้ ทั้งสองแบบเป็นคนละวิธีอธิบาย ไม่ได้ขัดกัน
ตำนานระบุว่าสร้างราว พ.ศ. 1928 ในรัชสมัยพญากือนาธรรมิกราช ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1898 ถึง 1928 นับถึงปัจจุบันคือราว 640 ปี ตรงกับที่บอกต่อกันมาว่าเก่าแก่กว่า 600 ปี ทั้งนี้เป็นปีตามตำนาน ไม่ใช่ปีที่มีหลักฐานทางเอกสารยืนยัน
บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารและแหล่งข้อมูลด้านล่าง ไม่ได้เขียนจากความทรงจำหรือการคาดเดา หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งเราได้ที่ หน้าติดต่อ