พร้าวไม่มีสนามบิน ไม่มีรถไฟ และไม่มีรถทัวร์ตรงจากกรุงเทพ ทุกทางต้องผ่านเชียงใหม่ก่อน ซึ่งฟังดูยุ่ง แต่พอลงมือจริงแล้วง่ายกว่าที่คิด และไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัวก็มาได้
คำถามแรกไม่ใช่ว่าไปทางไหน แต่คือมีรถหรือเปล่า เพราะคำตอบต่างกันคนละเรื่อง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ – พร้าว ราว 110 กิโลเมตร ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีถึงสองชั่วโมง เป็นเส้นที่สั้นที่สุดและคนใช้มากที่สุด
ถ้าไม่ถนัดทางเขา ให้ไปเส้นปิงโค้งแทน อ้อมกว่าแต่วิ่งบนถนนใหญ่เกือบตลอด
มีรถออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกมาพร้าวราววันละสิบสามเที่ยว ใช้เวลาราวสองชั่วโมง มาลงที่คิวรถพร้าวในตัวเวียง
แต่ต้องวางแผนการเดินทางต่อในอำเภอไว้ล่วงหน้า เพราะพร้าวไม่มีรถประจำทางภายในอำเภอ และจุดเที่ยวแต่ละแห่งห่างกันหลายสิบกิโลเมตร
พร้าวอยู่ในแอ่งที่มีดอยล้อมเกือบรอบ ทางเข้าจึงมีไม่กี่ทาง และแต่ละทางเหมาะกับคนที่มาจากคนละทิศ
เส้นหลักและสั้นที่สุด ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางสันทราย ผ่านแม่โจ้ แล้วไต่เขาเข้าพร้าว ระยะทางราว 110 กิโลเมตร ถ้าดูระยะเฉพาะช่วงสันทรายถึงพร้าวจะราว 80 กิโลเมตร
ช่วงที่ขยายเป็นสี่ช่องจราจรแล้วคือช่วงใกล้เมือง กิโลเมตรที่ 13 ถึง 28 ย่านสันทรายและแม่แฝก ยาวราว 14.5 กิโลเมตรเท่านั้น ช่วงข้ามเขาที่เหลือยังเป็นสองเลนทั้งหมด
ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – ฝาง ซึ่งเป็นถนนใหญ่ วิ่งไปจนถึงราวกิโลเมตรที่ 80 ถึง 81 จะพบสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เรียกว่าปิงโค้ง จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าพร้าวอีกราว 30 กิโลเมตร
เส้นนี้อ้อมกว่าและใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย แต่ขับสบายกว่าชัดเจน เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดทางเขายาวๆ ขับรถตู้มาเป็นหมู่คณะ หรือเดินทางตอนค่ำ
สำหรับคนที่มาจากทางเชียงราย ใช้เส้นเชียงใหม่ – เวียงป่าเป้า ผ่านอำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอเวียงป่าเป้า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านขุนแจ บ้านทุ่งห้า และบ้านต้นกอก อีกราว 56 กิโลเมตร
สำหรับคนที่มาจากฝาง ท่าตอน หรือแม่สาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1346 ซึ่งแยกจากทางหลวง 107 บริเวณบ้านศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ ระยะทางราว 50 กิโลเมตร
เส้นนี้ทำให้พร้าวต่อเข้ากับเส้นทางเที่ยวภาคเหนือตอนบนได้ คือลงจากฝางหรือท่าตอนแล้วแวะพร้าวก่อนกลับเชียงใหม่ โดยไม่ต้องย้อนทาง
ออกจากสถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 1 ช้างเผือก มาลงที่คิวรถพร้าวในตัวเวียง ใช้เวลาราวสองชั่วโมง มีทั้งรถตู้ รถโดยสารประจำทาง และสองแถว
เวลาข้างบนเป็นตารางที่ผู้ให้บริการแจ้งไว้ และเปลี่ยนได้ตลอดโดยไม่ประกาศล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและหน้าฝน ควรโทรเช็กก่อนเดินทางทุกครั้ง ที่คิวรถเปรมประชาขนส่ง สถานีขนส่งช้างเผือก 053 245 566
นี่คือจุดที่คนวางแผนพลาดบ่อยที่สุด พร้าวมี 11 ตำบล พื้นที่กว่า 1,100 ตารางกิโลเมตร และไม่มีรถประจำทางภายในอำเภอ จุดเที่ยวหลักอยู่คนละตำบลและห่างกันหลายสิบกิโลเมตร
ถ้ามาด้วยรถโดยสาร ให้เตรียมทางไว้อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนออกเดินทาง
หมอกบนทะเลสาบผาแดงอยู่แค่ช่วงเจ็ดถึงแปดโมงเช้า ซึ่งรถโดยสารเที่ยวแรกยังมาไม่ถึง ถ้าตั้งใจมาถ่ายภาพช่วงนั้นจริงๆ ต้องค้างคืนในพร้าวก่อนหนึ่งคืน หรือขับรถออกจากเชียงใหม่ตั้งแต่ตีห้า
รายละเอียดการวางลำดับทั้งวันอ่านได้ที่แผนเที่ยวพร้าว 1 วัน
ถนนเข้าพร้าวใช้ได้ตลอดปี แต่ประสบการณ์ต่างกันตามฤดู
ตารางเดินรถ ระยะทาง และสภาพถนนในหน้านี้รวบรวมจากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดใช้เป็นแนวทางวางแผน ไม่ใช่ข้อมูลยืนยัน หากพบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งเราได้เลยครับ จะได้แก้ให้ถูกต้อง
เราให้บริการรถรับส่งเอง นั่งได้ไม่เกิน 3 คน ขับโดยคนที่รู้เส้นทางในอำเภอ มีไว้สำหรับคนที่ไม่อยากขับเองข้ามเขา หรือมาถึงพร้าวแล้วไม่มีรถต่อ
จองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน เพราะมีรถจำกัด ถ้าเป็นช่วงเทศกาลหรือต้องรับไฟลต์เช้ามืด ควรแจ้งก่อนหลายวัน ราคาขึ้นกับเส้นทาง เวลา และจำนวนจุดที่แวะ โทรถามได้ไม่มีค่าใช้จ่าย
โทร 084 617 1164 ทักไลน์ @phrao.travel
บริการนี้เป็นของ phrao.travel เอง เราจึงแยกออกมาไว้คนละส่วนกับข้อมูลในหน้าอื่น ซึ่งเป็นข้อมูลกลางที่ไม่มีใครจ่ายเงินให้ลง ถ้าคุณอยากใช้รถของผู้ประกอบการในพื้นที่แทน บอกเราได้ เรายินดีแนะนำให้เช่นกัน
ขับรถเองประมาณหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีถึงสองชั่วโมง ตามทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ – พร้าว ส่วนรถโดยสารจากสถานีขนส่งช้างเผือกใช้เวลาราวสองชั่วโมง ถ้าเจอฝนหรือรถบรรทุกบนช่วงเขา ให้เผื่อเพิ่มอีกราวยี่สิบถึงสามสิบนาที
ได้ครับ มีรถออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกในเชียงใหม่มาพร้าวราววันละสิบสามเที่ยว ทั้งรถตู้ รถโดยสารประจำทาง และสองแถว เที่ยวแรกราวเจ็ดโมงเช้า เที่ยวสุดท้ายราวห้าโมงครึ่งเย็น มาลงที่คิวรถพร้าวในตัวเวียง แต่พอถึงพร้าวแล้วการเดินทางต่อไปตามจุดเที่ยวค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีขนส่งสาธารณะในอำเภอ ควรติดต่อที่พักเรื่องรถรับส่ง หรือเช่ามอเตอร์ไซค์ในตัวเวียง
ถนนลาดยางตลอดสายและสภาพดี แต่ทางหลวง 1001 ช่วงข้ามเขายังเป็นสองช่องจราจรและคดเคี้ยว จุดที่ต้องระวังคือรถบรรทุกที่วิ่งช้าบนทางขึ้น และการขับกลางคืนซึ่งไฟทางน้อยมาก ถ้าเพิ่งหัดขับทางเขา แนะนำให้ไปเส้นปิงโค้งแทน เพราะวิ่งบนทางหลวง 107 ซึ่งเป็นสี่เลนเกือบตลอด แล้วค่อยเลี้ยวเข้าพร้าวช่วงท้าย
ได้ และเป็นเส้นที่นักขี่นิยมพอสมควร เพราะวิวดี แต่ควรใช้รถตั้งแต่ 150 ซีซีขึ้นไป เพราะมีทางขึ้นเขายาว รถเล็กกว่านั้นจะเหนื่อยและร้อน ควรออกเช้า กลับก่อนมืด เติมน้ำมันให้เต็มก่อนขึ้นเขา และเตรียมเสื้อกันหนาวในช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม เพราะอุณหภูมิบนสันเขาต่างจากในเมืองหลายองศา
ตัวเลขที่พบในเอกสารต่างกันตั้งแต่ 96 ถึง 115 กิโลเมตร เพราะนับคนละจุดเริ่มและคนละเส้นทาง ถ้าวัดจากกลางเมืองเชียงใหม่ไปที่ว่าการอำเภอพร้าวตามทางหลวง 1001 จะอยู่ราว 110 กิโลเมตร
มีครับ phrao.travel ให้บริการรถรับส่งพร้อมคนขับเอง นั่งได้ไม่เกินสามคน รับได้ทั้งจากตัวเมืองเชียงใหม่ จากสนามบินเชียงใหม่ และจากคิวรถพร้าว รวมถึงเหมาทั้งวันเพื่อพาเที่ยวตามแผน ราคาขึ้นกับเส้นทางและจำนวนจุดที่แวะ โทรสอบถามได้ที่ 084 617 1164 ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน
ไม่ต้องครับ จากฝางหรือไชยปราการใช้ทางหลวงหมายเลข 1346 ซึ่งแยกจากทางหลวง 107 บริเวณบ้านศรีดงเย็น ระยะทางราว 50 กิโลเมตร ส่วนจากเชียงรายฝั่งเวียงป่าเป้า มีทางแยกเข้าพร้าวผ่านบ้านขุนแจ บ้านทุ่งห้า และบ้านต้นกอก อีกราว 56 กิโลเมตร