พระพุทธรูปที่ชื่ออยู่ในคำขวัญประจำอำเภอ มีจารึกใต้ฐานบอกปีไว้ชัด และอยู่ในวัดที่เคยร้างจากภัยสงครามนานกว่าสามร้อยปี
คำขวัญประจำอำเภอพร้าวขึ้นต้นว่า
เมืองเก่าวังหิน ถิ่นประเพณีล้ำค่า บูชาพระเจ้าล้านทอง เรืองรองเกษตรกรรม แดนธรรมหลวงปู่แหวน
ท่อนที่สามคือบูชาพระเจ้าล้านทอง ซึ่งหมายถึงพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าล้านทอง หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางทิศตะวันตกราว 4 กิโลเมตร คนเมืองเรียกว่า พระเจ้าล้านตอง และบางทีเรียกว่า พระเจ้าหลวง
สิ่งที่ทำให้พระองค์นี้ต่างจากโบราณวัตถุอื่นในพื้นที่คือ มีจารึกอยู่ใต้ฐาน ซึ่งระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2069 ในสมัยพระเมืองเกษเกล้า เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แห่งราชวงศ์มังราย นับถึงปีนี้คือราว 500 ปี
ตัวองค์พระเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสำริด ซึ่งท้องถิ่นเรียกว่าทองปัญจโลหะหรือทองเหลือ หน้าตักกว้าง 180 เซนติเมตร สูงรวมฐาน 274 เซนติเมตร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุเมื่อ พ.ศ. 2528
ปี พ.ศ. 2069 คือปีที่หล่อองค์พระตามจารึก ไม่ใช่ปีที่สร้างวัด ตัววัดเองยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครสร้างและสร้างเมื่อไหร่ มีเพียงการสันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 400 ปี
ส่วนพื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญมาก่อนหน้านั้นอีก เพราะประวัติอำเภอพร้าวระบุว่า บริเวณวัดพระเจ้าล้านทองคือศูนย์กลางของนครป้าวในยุคที่ขุนเครือ พระโอรสองค์ที่สามของพญามังราย ปกครองเมืองนี้
ประวัติของวัดมีช่วงที่ขาดหายไปยาวมาก
วัดกลายเป็นวัดร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2101 ซึ่งเป็นปีที่พม่าเข้ายึดเชียงใหม่ และล้านนาเข้าสู่ยุคที่ถูกปกครองโดยพม่ายาวนานกว่าสองร้อยปี ผู้คนกระจัดกระจายไปจากภัยสงคราม และวัดถูกทิ้งร้างอยู่ราว 349 ปี
การฟื้นฟูเกิดขึ้นเป็นระยะ คือช่วง พ.ศ. 2450 ถึง 2472 ต่อด้วย 2512 ถึง 2534 และ 2535 ถึง 2544 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2542 จึงยื่นขอยกฐานะจากวัดร้างเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาตลอด
แปลว่าพระเจ้าล้านทองผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีใครดูแลมานานกว่าสามศตวรรษ ก่อนจะกลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนพร้าวอีกครั้ง
มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพผ่านเมืองพร้าว ได้ทรงหยุดพักทัพที่บริเวณวัดแห่งนี้
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่บอกต่อกันมาในพื้นที่ ยังไม่พบเอกสารชั้นต้นยืนยัน แต่ก็สะท้อนว่าพร้าวอยู่บนเส้นทางเดินทัพระหว่างเชียงใหม่กับหัวเมืองทางเหนือมาแต่เดิม
ในอำเภอพร้าวมีพระพุทธรูปสำคัญที่ชื่อคล้ายกันและอยู่คนละวัด ซึ่งมักถูกเข้าใจสลับกัน
คนละองค์ คนละวัด คนละตำบล และคนละเรื่องเล่า พระเจ้าตนหลวงผูกอยู่กับตำนานช้างเผือกของพญากือนา อ่านได้ในบทความพระธาตุดอยกาหลง ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้านเดียวกันและสร้างขึ้นในคราวเดียวกันตามตำนาน
นอกจากนี้ยังมีพระเจ้าล้านทองอีกองค์ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นคนละองค์กับของพร้าว
วัดอยู่ที่หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ อยู่เส้นทางเดียวกับถ้ำดอกคำ ซึ่งเลยไปอีกราวสองกิโลเมตร ไหว้ต่อกันในทริปเดียวได้
สิ่งที่ควรดูเมื่อไปถึง
ข้อมูลการเดินทางและพิกัดดูได้ที่หน้าวัดพระเจ้าล้านทอง
ทุกปีช่วงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ ราวเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ทางวัดจัดพิธีทำบุญสรงน้ำพระเจ้าล้านทองและพระเจดีย์มหาพุทธาภิบาล ในงานสมโภชยังมีพิธีแห่พระเจ้าเข้าเมืองด้วย ถ้าอยากมาช่วงงาน ควรเช็กวันให้ดีก่อน เพราะเป็นวันตามปฏิทินจันทรคติที่เลื่อนไปทุกปี
เรียบเรียงจากข้อมูลของระบบสารสนเทศการท่องเที่ยวอำเภอพร้าว และตำนานเวียงพร้าววังหิน ปีและขนาดขององค์พระอ้างอิงจารึกใต้ฐานตามที่วัดบันทึกไว้ เรื่องสมเด็จพระนเรศวรหยุดทัพเป็นเรื่องเล่าท้องถิ่นที่ยังไม่พบเอกสารชั้นต้นยืนยัน หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน รบกวนแจ้งเราเพื่อแก้ไข
วัดพระเจ้าล้านทอง หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางทิศตะวันตกราว 4 กิโลเมตร คนเมืองเรียกว่าพระเจ้าล้านตอง
จารึกใต้ฐานพระพุทธรูประบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2069 ในสมัยพระเมืองเกษเกล้า เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แห่งราชวงศ์มังราย นับถึงปัจจุบันคือราว 500 ปี ทั้งนี้เป็นปีที่หล่อองค์พระ ไม่ใช่ปีที่สร้างวัด
คนละองค์และคนละวัดครับ พระเจ้าล้านทองเป็นพระสำริดปางมารวิชัยที่วัดพระเจ้าล้านทอง ตำบลน้ำแพร่ ส่วนพระเจ้าตนหลวงหรือพระเจ้านั่งช้าง เป็นพระปูนปั้นขนาดใหญ่ประทับบนหลังช้าง อยู่ที่วัดพระเจ้าตนหลวง บ้านสบปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง
วัดกลายเป็นวัดร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2101 ซึ่งเป็นปีที่พม่าเข้ายึดเชียงใหม่ ผู้คนกระจัดกระจายไปจากภัยสงคราม และร้างอยู่ราว 349 ปี ก่อนจะมีการฟื้นฟูเป็นระยะตั้งแต่ พ.ศ. 2450 จนได้ยกฐานะเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาตลอดในปี พ.ศ. 2542
บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารและแหล่งข้อมูลด้านล่าง ไม่ได้เขียนจากความทรงจำหรือการคาดเดา หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งเราได้ที่ หน้าติดต่อ